หน่วยงาน

กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ได้จัดตั้ง ตามมติสภามหาวิทยาลัยนเรศวร ในคราวประชุมครั้งที่ 154 (6/2552) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2552 โดยยกฐานะจากงานประกันคุณภาพการศึกษา เป็นหน่วยงานระดับกอง เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการด้านการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวร (สกอ., ก.พ.ร. และสมศ.) ซึ่งมีพันธกิจที่สำคัญตามมติสภามหาวิทยาลัยในคราวประชุมครั้งที่ 158 (1/2554) เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2554 ในการสร้างความเข้าใจ การสนับสนุน ส่งเสริม และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพการศึกษา (สกอ. ก.พ.ร. และสมศ.) และการจัดการความรู้สนับสนุน ส่งเสริมให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและภายนอก การสนับสนุนส่งเสริมให้มีการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่องค์กรเรียนรู้ และการจัดทำรายงานการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวรประจำปี

แต่เนื่องจากในการปฏิบัติงานที่ผ่านมากองประกันคุณภาพการศึกษา มีภาระงานและปริมาณงาน จำนวนมาก ที่เพิ่มขึ้นทั้งการดำเนินงานตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษา ตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังต้องปรับ บทบาทภารกิจให้สอดรับกับนโยบายการพัฒนาคุณภาพการศึกษามหาวิทยาลัย ซึ่งจะต้องทำหน้าที่ในการ เสาะแสวงหาความรู้เกณฑ์คุณภาพการศึกษาในระดับสากล การประสานงานหน่วยงาน ในการสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับเกณฑ์คุณภาพการศึกษา จึงทำให้ภาระงานของกองประกันคุณคุณภาพเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุผลดังนี้
1. การประกันคุณภาพการศึกษา ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรต้องดำเนินการตามกฎหมายมี 3 ส่วน คือ สกอ. 23 ตัวบ่งชี้  สมศ. 18+2 ตัวบ่งชี้ และ ก.พ.ร. 8 ตัวบ่งชี้ รวม 51 ตัวบ่งชี้ มหาวิทยาลัยนเรศวรต้องดำเนินงานตรวจติดตามและประเมินตามเกณฑ์ของ 3 องค์กร ทุกปี ตัวบ่งชี้และเกณฑ์จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ทุก 3-5 ปี และมีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังและสื่อสารถ่ายทอดให้ทุกฝ่ายทุกคนในมหาวิทยาลัยทราบอย่างทันท่วงที กลไกในการติดตามและเฝ้าระวังควรแยกทั้งในระดับคณะวิชาและระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกันในการจัดทำข้อมูลพื้นฐานกลางของคณะและมหาวิทยาลัย และการเตรียมตัวปรับกลยุทธ์การทำงานประจำให้สอดรับกับเกณฑ์การประกันคุณภาพที่พัฒนาปรับปรุงเป็นระยะ
2. นอกจากการประกันคุณภาพการศึกษาตามกฎหมายของไทยแล้ว มหาวิทยาลัย/คณะยังต้องเรียนรู้และพัฒนาระบบการพัฒนาคุณภาพ เพื่อรองรับการประกันคุณภาพตามแนวทางอาเซียน (AUN-QA) และการดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศ (Education Criteria for Performance Excellence : EdPEx) ในขณะที่หน่วยงานสนับสนุนต้องเรียนรู้และใช้เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) ซึ่งระบบการพัฒนาคุณภาพล้วนแล้วแต่ต้องใช้ระยะเวลาและเทคนิคกลยุทธ์มากมายหลายประการในการนำมาปรับใช้สู่การปฏิบัติได้จริงภายในมหาวิทยาลัย ทั้งในระดับหน่วยงานสนับสนุนและระดับคณะวิชา อีกทั้งการนำระบบการพัฒนาคุณภาพใดๆ มาปรับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานทางด้านศึกษานั้น ต้องมีการศึกษา จัดระบบและกลไก ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ การจัดทำแผนการขับเคลื่อนและการติดตามประเมินผล เพื่อนำมาวิเคราะห์ในการจัดระบบกลไกการพัฒนาคุณภาพให้สอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกับการประเมินคุณภาพภายในที่เป็นไปตามบทบัญญัติกฎหมาย ทั้ง สกอ. สมศ.และ ก.พ.ร.
3. นอกจากนี้มหาวิทยาลัยจะต้องรับการจัดอันดับคุณภาพโดยหน่วยงานต่าง ๆ ในโลก อาทิ Shanghia JiawTong, QS (Quacquarelli Symonds), THE (Times Higher Education) สำหรับการจัดอันดับในประเทศไทย สถาบันคลังสมองแห่งชาติกำลังดำเนินการ ซึ่งจะเริ่มจัดกลุ่มหรือจัดอันดับเป็นรายสาขาวิชา  และเป็นรายตัวบ่งชี้ จึงจำเป็นต้องมีบุคลากรที่เฝ้าระวังตัวบ่งชี้ที่หน่วยงานต่าง ๆ ใช้หรือจะใช้ พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลที่สมบูรณ์ ถูกต้อง และแม่นยำไปให้หน่วยงานต่างๆ
4. กลไกการพัฒนาคุณภาพที่สำคัญตัวหนึ่ง คือการจัดการความรู้ ซึ่งเป็นพันธกิจหนึ่งในปฎิญญาของ กองประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อจัดกิจกรรมการ ลปรร. และการจัดการความรู้อย่างเป็นระบบ ซึ่งกองประกันคุณภาพการศึกษา ควรเป็นผู้นำในการกระตุ้นหรือเอื้ออำนวยให้บุคลากรตั้งใจปฏิบัติตามพันธกิจไม่ว่าจะเป็นการสอน การวิจัย การบริการวิชาการและการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ และบูรณาการ เป็นแบบอย่างที่ดีและเผยแพร่แบบอย่างที่ดีผ่านกิจกรรม KM
5. กลไกการพัฒนาคุณภาพอีกประการหนึ่ง ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ที่เอื้อต่อการรายงานความก้าวหน้าเป็นระยะโดยคำนึงถึงวงจรคุณภาพ PDCA ในระบบการทำงานประจำ และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในองค์กร ทั้งในระดับคณะและระดับมหาวิทยาลัย สามารถที่จะแบ่งปันข้อมูลกันได้อย่างมั่นใจและทันต่อเหตุการณ์ นั่นคือ การจัดทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เรียกว่า “QAD SERVICE” และการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศที่มีอยู่ภายในองค์กรไปสู่หน่วยงานต่างๆ ภายนอกที่ทำหน้าที่ตรวจสอบประเมิน ดังเช่น สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยมิให้เกิดภาระการให้ข้อมูลที่ซ้ำซ้อนและซ้ำซาก เป็นต้น
6. การประกันคุณภาพการศึกษา จึงมิใช่การรวบรวมข้อมูลเพื่อตอบตัวบ่งชี้ของ สกอ. สมศ. และ ก.พ.ร. ปีละครั้ง และเตรียมรับการประเมินภายนอก สมศ. 5 ปี/ครั้ง แต่ต้องสร้างทัศนคติที่ถูกต้อง ออกแบบระบบ วางแผน ตรวจติดตาม วิเคราะห์ ปรับปรุงแก้ไข ประเมินผล และนำผลการประเมินไปใช้ปรับหรือกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งต้องเฝ้าระวัง เรียนรู้ และพัฒนาระบบการพัฒนาคุณภาพที่มีความเป็นสากลอยู่เสมอ และต้องมีการกิจกรรมตลอดทั้งปี

จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น กองประกันคุณภาพการศึกษา จึงขอปรับโครงสร้างหน่วยงาน และขอเปลี่ยนชื่อกอง จากกองประกันคุณภาพการศึกษา เป็น กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตามการวิเคราะห์ภาระงานปัจจุบันและแนวโน้มที่จะได้รับการมอบหมายงานเพิ่มขึ้น