ความเป็นมา

ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.๒๕๔๖ มาตรา ๑๑ กำหนดไว้ว่า “ส่วนราชการมีหน้าที่พัฒนาความรู้ในส่วนราชการ เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั้งต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์ และปรับเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างในสังกัดให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ และมีการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ  ให้สอดคล้องกับการบริหารราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ตามพระราชกฤษฎีกานี้”

และในคู่มือการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (กพร.) ในหมวดที่ ๓ การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ “ข้อ ๓ การพัฒนาส่วนราชการให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้” ยังได้ระบุไว้เช่นกันว่า

ในการบริหารราชการแนวใหม่ ส่วนราชการจะต้องพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญให้เพียงพอ แก่การปฏิบัติงาน ให้สอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และสถานการณ์ของต่างประเทศที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง ซึ่งในการบริหารราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้จะต้องมีการวางแผน การปฏิบัติราชการทุกระยะต้องมีการปรับแผน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ต้องมีการกำหนดผลสัมฤทธิ์ของงาน ที่เป็นความจริง ฉะนั้น แนวความคิดของผู้ปฏิบัติงานภาครัฐจะต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติเดิมเสียใหม่ จากการ ที่ยึดแนวคิดว่าต้องปฏิบัติงานตามระเบียบแบบแผนที่วางไว้ตั้งแต่อดีตจนต่อเนื่องถึงปัจจุบัน เป็นการเน้น การสร้างความคิดใหม่ๆ ตามวิชาการสมัยใหม่และนำมาปรับใช้กับการปฏิบัติราชการตลอดเวลา ในพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้จึงกำหนดเป็นหลักการว่า ส่วนราชการต้องมีการพัฒนาความรู้เพื่อให้มีลักษณะ เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ”

เมื่อพิจารณาจากปัจจัยในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้ภายใต้บริบทของมหาวิทยาลัยนเรศวรแล้วพบว่า มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นองค์กรที่มีองค์ความรู้เกิดขึ้นมากมาย  ทั้งองค์ความรู้ในระดับองค์กรและ  องค์ความรู้ในระดับบุคคล เช่น เทคนิคการสอนและวิธีการถ่ายทอดความรู้ให้แก่นิสิต เทคนิคการวัดและประเมินผลการศึกษา แนวคิดและวิธีการบริหารจัดการงานวิจัย การบริหารจัดการหลักสูตรและโครงการต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในหน่วยงาน

จากองค์ความรู้ที่มีอยู่ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวรดังกล่าว เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยนเรศวรจำเป็นต้องมีกระบวนการในการจัดการความรู้ภายในองค์กร (Knowledge Management หรือ KM) อันหมายถึง กระบวนการในการรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ ภายในองค์กรต่างๆ ที่ยังคงกระจายอยู่ไม่ว่าจะจากตัวบุคคล หรือที่บันทึกเป็นเอกสาร แล้วนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาผ่านกระบวนการและจัดให้เป็นระบบ  เพื่อให้บุคลากรสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น  และเกิดการพัฒนาตนเองจนเป็นผู้รู้  แล้วนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อพัฒนางานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป ทำให้เกิดการพัฒนาฐานความรู้เป็นทุนปัญญาขององค์กรอย่างต่อเนื่อง  ส่งผลให้เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization หรือ LO)  และสามารถเพิ่มสมรรถนะในเชิงแข่งขันได้สูงสุด

ดังนั้น การทำให้มหาวิทยาลัยนเรศวรกลายเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ ก็คือการสร้างกระบวนการ    ที่เป็นการถ่ายทอดและสนับสนุนให้บุคลากรในองค์กรได้เข้าใจและเรียนรู้จากกันและกัน  โดยผ่านเครื่องมือ   ในการจัดการความรู้ที่หลากหลาย เช่น กระบวนการเสวนา อภิปราย สร้างเครือข่ายหรือกลุ่มผู้ปฏิบัติ (Community of practice) อันจะเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างยิ่งที่จะส่งผลให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ ในหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง

จากหลักการดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้มีการดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าวรวมทั้งเพื่อพัฒนาให้มหาวิทยาลัยเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้” จึงได้มีการดำเนินกิจกรรมด้านการจัดการความรู้ทั้งภายในมหาวิทยาลัยและกับเครือข่ายภายนอกมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง อธิการบดี มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ทำการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเครือข่ายจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย (University Knowledge Management Network, UKM Network) เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๗ ภายใต้การรวมตัวของ ๕ มหาวิทยาลัยกับ ๑ สถาบัน ด้วยความสมัครใจ ซึ่งประกอบด้วย  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  มหาวิทยาลัยนเรศวร  มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) ต่อมาในวันที่ ๒๔-๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๘  ได้มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก ๒ แห่ง คือ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  และมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม  โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริม สนับสนุน การจัดการความรู้ การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ การจัดการความรู้ระหว่างสถาบันของสมาชิกเครือข่าย มีการแสวงหา ศึกษาและเรียนรู้เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการความรู้ ร่วมปรึกษาหารือและจัดทำแผนงาน/โครงการ  ศึกษาวิจัย จัดสัมมนา ฝึกอบรม จัดทำฐานข้อมูลและวิธีการต่างๆ เนื่องจากมหาวิทยาลัยสมาชิก ได้เล็งเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นทั้งแก่สถาบันการศึกษา ชุมชน และสังคมของประเทศ และในปัจจุบันเครือข่ายการจัดการความรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย (UKM) มีสมาชิกเครือข่าย ๖ มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย  มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

สำหรับกรณีการจัดการความรู้ภายในของมหาวิทยาลัยนเรศวร อธิการบดีได้มอบหมายให้ กองพัฒนาคุณภาพการศึกษารับผิดชอบในการพัฒนาและวางระบบ และดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุน ด้านการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัยนเรศวรตามแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ.๒๕๕๕ – ๒๕๕๙) มหาวิทยาลัยนเรศวร กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบยุทธศาสตร์ที่ ๔ กลยุทธ์ที่ ๔.๕ มาตรฐานที่ ๔.๕.๓ “ส่งเสริมให้การปฏิบัติงานด้านการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของกลไกที่มีส่วนให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรบริหารจัดการที่ยั่งยืน” และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้บุคลากรตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนามหาวิทยาลัยที่มีความจำเป็นต้องมีการสร้างฐานความรู้ การนำเครื่องมือการจัดการความรู้ สนับสนุนการบริหารจัดการภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและมุ่งเน้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้สำคัญ ที่จะมีผลต่อการพัฒนาตามประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการดำเนินงานด้านการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัยนเรศวร มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ได้รับรางวัลทั้งระดับบุคลากรและระดับมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมากจากสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) จึงทำให้การจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัยเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ กองพัฒนาคุณภาพการศึกษาเห็นควรดำเนินงานด้านการจัดการความรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จึงได้จัดทำแผนการพัฒนาและวางระบบการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยนเรศวร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ – ๒๕๕๙

icon-pdf แผนการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยนเรศวร (พ.ศ.๒๕๕๖ – ๒๕๕๙)